<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 18:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดใช้จ่ายคนละครึ่ง พุ่งเกิน 8 หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 2564 นายพรชัย &amp;nbsp;ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 24.76 ล้านราย จากผู้เข้าร่วมโครงการรวม 27.47 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 80,660.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 41,016 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 39,644.3 ล้านบาท และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 79,681 คน จากจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 497,374 ราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมรวมทั้งหมด 2,496 &amp;nbsp;ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 1,957 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 213 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายส่วน e-Voucher 110 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการคลังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ (โครงการฯ) สามารถใช้สิทธิซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มได้แล้วในขณะนี้ ซึ่งมีผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 2 ราย ได้แก่ Grab และ LINEMAN และมีผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการฯ สามารถขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มแล้วกว่า 54,000 ราย โดยประชาชนสามารถใช้บริการ เวลา 06.00 &amp;ndash; 20.00 น. ของทุกวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหารและ/หรือเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด โดยผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการฯ ที่ประสงค์จะขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; ได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเลือกเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มเพื่อขายอาหารและเครื่องดื่มตามโครงการฯ ได้เพียงรายเดียว ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขได้ที่ www.คนละครึ่ง.com และ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อมูลการใช้จ่ายสะสมผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุด (08.00 น.) ในช่วง 4 วันแรก (4 &amp;ndash; 7 ตุลาคม 2564) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีการใช้จ่ายสะสม 112.4 &amp;nbsp;ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 57.9 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 54.5 ล้านบาท สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้มีการใช้จ่ายสะสม 94,703 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการฯ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ยังสามารถลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องได้ตั้งแต่เวลา 06.00 &amp;ndash; 22.00 น. ของทุกวัน จนกว่าจะครบ 28 ล้านสิทธิ ซึ่งยังมีสิทธิเหลือกว่า 4.4 แสนสิทธิ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; จนกว่าจะครบ 1 ล้านสิทธิ ซึ่งยังมีสิทธิคงเหลือกว่า 5.2 แสนสิทธิ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119181</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;คนละครึ่งเฟส  3&quot;, พรชัย  ฐีระเวช, ยิ่งใช้ยิ่งได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7c0817904.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์ประชาชนลงทะเบียนคนละครึ่ง!&#039;คลัง&#039;ฟุ้งเตรียมระบบพร้อมรับเต็มพิกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค. 2563 นายพรชัย &amp;nbsp;ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ระบบการลงทะเบียนและแอปพลิเคชันต่างๆ ของโครงการคนละครึ่งมีความพร้อมแล้วสำหรับการเปิดรับลงทะเบียนของประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2563 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 06.00 น. &amp;ndash; 23.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนี้มีขั้นตอนง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอน คือ 1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com โดยกรอกข้อมูลชื่อ-สกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน รหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด และเบอร์โทรศัพท์ที่จะติดตั้งแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; 2. รอรับ SMS แจ้งผลการลงทะเบียน 3. ติดตั้งแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; และยืนยันตัวตน และเมื่อดำเนินการครบก็สามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; ที่เข้าร่วมโครงการเพื่อรับสิทธิได้ ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. &amp;ndash; 31 ธ.ค. 2563 ระหว่างเวลา 06.00 น. &amp;ndash; 23.00 น. ซึ่งผู้ได้รับสิทธิจะต้องเริ่มใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตนได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิหรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิและไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระบบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้มีการพัฒนาโดยมีการขยาย bandwidth เพื่อรองรับการลงทะเบียนของประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการได้พร้อมกัน 100,000 คนต่อวินาที และไม่ได้มีการจำกัดผู้เข้าลงทะเบียนต่อวัน จึงขอเชิญชวนประชาชนที่มีสัญชาติไทยอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งได้รับสิทธิจากโครงการอื่นแล้ว &amp;nbsp;ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ โดยสามารถลงทะเบียนได้ต่อเนื่องจนกว่าจะครบ10 ล้านคน&amp;quot; นายพรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ผู้ได้รับสิทธิและใช้สิทธิตามโครงการคนละครึ่งแล้ว จะไม่สามารถเข้าร่วมมาตรการช้อปดีมีคืนได้ จึงขอให้พิจารณาเข้าร่วมโครงการหรือมาตรการที่เหมาะสมกับการใช้จ่ายของท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงทะเบียนของผู้ประกอบการร้านค้า ตั้งแต่วันที่ 1 &amp;ndash; 14 ต.ค. 2563 มีผู้ประกอบการร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการสะสมจำนวน 236,648 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มจำนวน 115,824 ร้านค้า ร้านธงฟ้าจำนวน 42,382 ร้านค้า ร้านโอท็อป จำนวน 9,564 ร้านค้า และร้านค้าทั่วไปและอื่นๆ จำนวน 68,878 ร้านค้า โดยผู้ประกอบการร้านค้ายังสามารถลงทะเบียนได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ระหว่างเวลา &amp;nbsp;06.00 น. &amp;ndash; 23.00 น. ของทุกวัน หรือลงทะเบียนผ่านทางสาขาธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือจุดรับลงทะเบียนในวันและเวลาทำการ โดยธนาคารกรุงไทยจะช่วยติดตั้งและแนะนำการใช้แอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อรับชำระเงินจากการขายสินค้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80639</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรชัย  ฐีระเวช, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47a5c178f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” ปลื้มปล่อยกู้พิโกไฟแนนซ์ยังฮอต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค. 2562 นายพรชัย &amp;nbsp;ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ยอดการขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ตั้งแต่เดือนธ.ค.2559-มิ.ย.2562 มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 1,100 ราย ใน 76 จังหวัด ยกเว้นจังหวัดอ่างทอง ซึ่งแบ่งเป็นคำขออนุญาตพิโกพลัส 53 ราย ใน 23 จังหวัด ที่เหลือเป็นพิโกไฟแนนซ์ทั่วไป โดยจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตสินเชื่อพิโกมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 98 ราย กรุงเทพฯ 82 ราย ขอนแก่น 57 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเดือนมิ.ย. 2562 เป็นเดือนแรกที่เปิดให้มีผู้ยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกพลัส ซึ่งผู้ยื่นสามารถให้สินเชื่อแก่ประชาชนได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และเก็บดอกเบี้ย กำไรจากการให้สินเชื่อ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมอื่นใดรวมกันได้ไม่เกิน 36%ต่อปี ในส่วนสินเชื่อไม่เกิน 50,000 บาทแรก แต่ถ้าเกินกว่า 50,000 บาทเรียกเก็บได้ไม่เกิน 28%ต่อปี &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังสามารถให้บริการสินเชื่อโดยรับสมุดคู่มือทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ได้ด้วย&amp;rdquo; นายพรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำนวนนิติบุคคลที่คืนคำขออนุญาตมี 125 ราย ใน 51 จังหวัด จึงคงเหลือนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตสุทธิเป็น 975 ราย ใน 75 จังหวัด และมีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว 634 ราย ใน 71 จังหวัด โดยเป็นใบอนุญาตประเภทพิโกพลัส 6 ราย ใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร และสงขลา และประเภทพิโกไฟแนนซ์ 628 ราย ใน 71จังหวัด มีผู้เปิดดำเนินการแล้ว 522 ราย ใน 66 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยอดสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ณ สิ้นเดือนพ.ค.62 มียอดอนุมัติสะสม 91,166 บัญชี รวม 2,361 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 25,898 บาทต่อบัญชี ประกอบด้วย สินเชื่อแบบมีหลักประกันจำนวน 44,194 บัญชี เป็นเงิน 1,351 ล้านบาท &amp;nbsp;และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน 46,972 บัญชี เป็นเงิน 1,009 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยมียอดสินเชื่อคงค้างรวม 15,850 บัญชี คิดเป็นเงิน 424 ล้านบาท มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน 1,511 บัญชี คิดเป็นเงิน 39.6 ล้านบาท และหนี้เสีย 859 บัญชี คิดเป็น 19.71 ล้านบาท หรือ 4.65% ของยอดสินเชื่อคงค้างรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42737</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรชัย  ฐีระเวช, สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์, โฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47a5c178f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
